[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
องค์การบริหารส่วนตำบลคลองขวาง Klongkhwang Subdistrict Administrative Organization : ยินดีต้อนรับ
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์องค์การบริหารส่วนตำบลคลองขวาง อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี
เมนูหลัก
การดำเนินงาน อบต.
คลองขวาง..ตำบลน่าอยู่
กฏหมายท้องถิ่น
ลิงค์หน่วยงาน
ลิงค์แนะนำ


ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 4 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
พยากรณ์อากาศ
 
poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก




  

   เว็บบอร์ด >> รับเรื่องราว ร้องทุกข์-ร้องเรียน >>
7 ข้อเท็จจริงล้างทฤษฎีสมคบคิด “สหรัฐฯ จัดฉากเหยียบดวงจันทร์”  VIEW : 39    
โดย Bigphawit

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 4
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 80%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 27.116.62.xxx

 
เมื่อ : เสาร์์ ที่ 27 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2562 เวลา 10:32:00    ปักหมุดและแบ่งปัน

7 ข้อเท็จจริงล้างทฤษฎีสมคบคิด “สหรัฐฯ จัดฉากเหยียบดวงจันทร์”
Getty Images Gclub ยานลงดวงจันทร์ของภารกิจอะพอลโล 11 สำหรับบางคนแล้วความสำเร็จของสหรัฐฯ ครั้งนี้คือการจัดฉากลวงโลก
7 ข้อเท็จจริงล้างทฤษฎีสมคบคิด “สหรัฐฯ จัดฉากเหยียบดวงจันทร์” – BBCไทย
แม้เหตุการณ์ที่ยานอะพอลโล 11 นำมนุษย์ไปลงเหยียบพื้นดวงจันทร์จะผ่านมานานถึงครึ่งศตวรรษแล้ว แต่ผลสำรวจขององค์การนาซาก็ยังชี้ว่า มีชาวอเมริกันราว 5% ที่ไม่เชื่อว่าเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้เกิดขึ้นจริง และพากันกล่าวหาว่าเป็นการจัดฉากตบตาผู้คนเพื่อเอาชนะสหภาพโซเวียต ชาติมหาอำนาจคู่แข่งซึ่งในขณะนั้นมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอวกาศที่เหนือกว่า
ถึงจำนวนคนที่มองว่าภารกิจอะพอลโล 11 เป็นเรื่องลวงโลกจะมีอยู่ไม่มากนัก แต่ก็มากพอที่จะทำให้ความเชื่อดังกล่าวอยู่ยั้งยืนยงมานานได้ถึง 50 ปี ไม่ว่าบรรดานักวิทยาศาสตร์ของนาซาจะพยายามออกมาชี้แจงอย่างไรก็ตาม
ต้นกำเนิดทฤษฎีสมคบคิดมาจากไหน ?.
นายบิลล์ เคย์ซิง
Billkaysing.com
นายบิลล์ เคย์ซิง ซึ่งเสียชีวิตในปี 2005 ถือได้ว่าเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งขบวนการทฤษฎีสมคบคิดเรื่องการไปเหยียบดวงจันทร์
ทฤษฎีสมคบคิดเรื่องรัฐบาลสหรัฐฯ จัดฉากเหตุการณ์เหยียบดวงจันทร์ โดยถ่ายทำกันในโรงถ่ายภาพยนตร์หรือทะเลทรายบางแห่งนั้น เริ่มเป็นข่าวเล่าลือตั้งแต่ทีมนักบินอวกาศกลับถึงโลกใหม่ ๆ เลยทีเดียว แต่ความเชื่อนี้เริ่มหนักแน่นเป็นจริงเป็นจังมากขึ้นในปี 1976 เมื่อนายบิลล์ เคย์ซิง อดีตทหารเรือและลูกจ้างของฝ่ายประชาสัมพันธ์บริษัทร็อกเก็ตไดน์ ผู้ผลิตจรวดขนส่งอวกาศให้นาซา ได้ตีพิมพ์หนังสือ “เราไม่เคยไปดวงจันทร์: กรณีฉ้อโกงเงิน 3 หมื่นล้านดอลลาร์ของอเมริกา” (We never went to the Moon: America’s thirty billion dollar swindle)
หนังสือเล่มนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก และถูกใช้อ้างอิงในการผลิตภาพยนตร์สารคดีว่าด้วยทฤษฎีสมคบคิดในโครงการอวกาศของสหรัฐฯ หลายต่อหลายเรื่อง ซึ่งช่วยโหมกระพือให้กระแสความข้องใจสงสัยขยายวงกว้างออกไปอีก นอกจากนี้ บรรยากาศอันอึมครึมของการเมืองอเมริกันในช่วงทศวรรษ 1970 ยังสร้างความรู้สึกหวาดระแวงไม่ไว้ใจอำนาจรัฐ ทำให้คนจำนวนมากพร้อมจะเชื่อในเรื่องทฤษฎีสมคบคิดได้ง่าย
โอลิเวอร์ มอร์ตัน นักเขียนเรื่องวิทยาศาสตร์และบรรณาธิการชาวอังกฤษแสดงความเห็นในเรื่องนี้ไว้ว่า “หากจุดประสงค์ของโครงการอะพอลโลคือการแสดงพลังอำนาจและความสามารถของรัฐบาลอเมริกันในการทำสิ่งต่าง ๆ ทฤษฎีสมคบคิดที่เชื่อว่ามันเป็นเรื่องลวงโลกก็คือการชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลอเมริกันมีอำนาจมากเพียงใดในการทำให้ผู้คนเชื่อในสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง”
หนังสือของนายเคย์ซิงได้ระบุถึงจุดที่น่าสงสัยในภาพเหตุการณ์ที่สองนักบินอวกาศคือ นีล อาร์มสตรอง และบัซซ์ อัลดริน เหยียบย่างไปบนดวงจันทร์และปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ซึ่งองค์การนาซาและผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้ออกมาชี้แจงตอบโต้ข้อสงสัยดังกล่าวแล้วดังต่อไปนี้
เป็นการจัดฉากถ่ายทำขึ้นมาจริงหรือ ?
ฮาวเวิร์ด เบอร์รี อาจารย์ประจำหลักสูตรมหาบัณฑิตด้านการผลิตภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยฮาร์ตฟอร์ดเชียร์ของสหราชอาณาจักร ได้ระบุไว้ในบทความของเขาซึ่งตีพิมพ์ในเว็บไซต์วิชาการ The Conversation โดยฟันธงว่าเหตุการณ์เหยียบดวงจันทร์ของภารกิจอะพอลโล 11 ไม่สามารถจะถ่ายทำขึ้นด้วยเทคนิคทางภาพยนตร์หรือวิดีโออย่างแน่นอน
ก่อนหน้านี้ฝ่ายที่เชื่อในทฤษฎีสมคบคิดกล่าวหาว่า นายสแตนลีย์ คูบริก ผู้กำกับภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดังของยุคนั้น ช่วยนาซาถ่ายทำเหตุการณ์ที่มนุษย์ลงเดินบนดวงจันทร์ในโครงการอะพอลโลถึง 6 ครั้ง
หากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการจัดฉากถ่ายทำ นายเบอร์รีบอกว่าภาพวิดีโอที่ได้จะต้องมีอัตราเฟรม (Frame rate) ที่ 30 ภาพต่อวินาที ซึ่งเป็นมาตรฐานปกติของยุคนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว คลิปวิดีโอของนาซามีอัตราเฟรมที่ 10 ภาพต่อวินาที เนื่องจากบันทึกภาพเหตุการณ์จริงด้วยกล้องชนิดพิเศษ ซึ่งถ่ายทอดภาพนิ่งเป็นภาพเคลื่อนไหวผ่านสัญญาณวิทยุ (SSTV)
ฝ่ายที่เชื่อทฤษฎีสมคบคิดบางคนยังกล่าวหาอีกว่า นาซาใช้วิธีทำภาพให้เคลื่อนไหวช้าลงแบบสโลว์โมชั่น เพื่อที่จะได้ดูเหมือนนักบินอวกาศกำลังเคลื่อนไหวในภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ แต่นายเบอร์รีแย้งว่าวิธีการนี้จะต้องใช้กล้องที่บันทึกภาพด้วยอัตราเฟรมสูงขึ้นกว่าปกติ หรือสร้างเฟรมภาพเพิ่มเติมแทรกลงไป ซึ่งจะทำให้วิดีโอที่เป็นภาพเคลื่อนไหวช้ามีความยาวมากเกินกว่าจะเก็บบันทึกไว้ในจานแม่เหล็กของยุคนั้นได้
หากทฤษฎีสมคบคิดเป็นจริง ทีมงานที่ถ่ายทำเหตุการณ์เหยียบดวงจันทร์แบบปลอม ๆ จะต้องใช้จานแม่เหล็กที่มีความจุมากกว่ามาตรฐานของครึ่งศตวรรษก่อนถึง 3,000 เท่า ในการบันทึกภาพสโลว์โมชั่นความยาว 143 นาที ซึ่งเป็นไปไม่ได้
ทำไมธงชาติสหรัฐฯ ถึงโบกสะบัดบนดวงจันทร์ที่ไม่มีลมพัด ?
ธงชาติสหรัฐฯ ที่อาร์มสตรองและอัลดรินเป็นผู้ติดตั้งบนพื้นดวงจันทร์
Getty Images
ธงชาติสหรัฐฯ ที่อาร์มสตรองและอัลดรินเป็นผู้ติดตั้ง ดูเหมือนโบกสะบัดอยู่เพราะแรงสะเทือนจากการปักเสาธงลงบนพื้นดวงจันทร์
ดร. ไมเคิล ริช นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตลอสแอนเจลิส (UCLA)ให้คำอธิบายในเรื่องนี้ว่า บนดวงจันทร์ไม่มีอากาศและกระแสลม แต่ธงชาติสหรัฐฯ ที่สองนักบินอวกาศในภารกิจอะพอลโล 11 ติดตั้งกลับดูเหมือนโบกสะบัดอยู่ เนื่องจากแรงสะเทือนที่เกิดขึ้นขณะพยายามปักเสาธงลงบนพื้นดวงจันทร์
นอกจากนี้ ยังมีข้อเท็จจริงที่ว่าบนดวงจันทร์มีแรงโน้มถ่วงต่ำกว่าบนโลกราว 6 เท่า และมีการใช้ราวยึดตัวผืนธงเอาไว้ด้วย ทำให้ธงชาติสหรัฐฯ สามารถคงรูปคล้ายกับผืนธงที่ปลิวไสวตามแรงลมได้
เหตุใดท้องฟ้าของดวงจันทร์จึงมืดสนิทไร้ดวงดาว ?
บัซซ์ อัลดริน เดินบนดวงจันทร์
NASA
ท้องฟ้าบนดวงจันทร์มืดสนิทไร้แสงดาว เพราะการสะท้อนแสงอาทิตย์ที่สว่างจ้าจากพื้นผิวดวงจันทร์
คนที่ไม่เชื่อเรื่องการไปเหยียบดวงจันทร์ยังตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมท้องฟ้าของดวงจันทร์ดูมืดสนิท ไม่มีดวงดาวต่าง ๆ ปรากฏให้เห็นตามที่ควรจะเป็น ทั้งความขาวสว่างจ้าบนพื้นดวงจันทร์ก็ดูจะตัดกันมากเกินไปกับท้องฟ้าสีดำ คล้ายกับมีการใช้ไฟดวงใหญ่อย่างสปอตไลต์ส่องสว่างอยู่
ศาสตราจารย์ไบรอัน คอเบอร์เลน ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากสถาบันเทคโนโลยีรอเชสเตอร์ของสหรัฐฯ อธิบายเรื่องนี้ว่า สปอตไลต์ที่ฝ่ายทฤษฎีสมคบคิดกล่าวหานั้นมีอยู่จริง แต่เป็นดวงไฟขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ห่างไกลออกไปมาก ซึ่งก็คือดวงอาทิตย์นั่นเอง
ในกรณีนี้แสงอาทิตย์ตกกระทบพื้นผิวดวงจันทร์และสะท้อนขึ้นมาจนดูสว่างจ้า ทำให้แสงดาวโดยรอบที่ริบหรี่อยู่แล้วยิ่งดูมืดดำขึ้นไปอีก เราจึงไม่สามารถมองเห็นดาวบนท้องฟ้าของดวงจันทร์ในภาพที่ส่งมาจากภารกิจอะพอลโล 11 ได้ เว้นเสียแต่จะมีการเพิ่มเวลาเปิดหน้ากล้องบันทึกภาพให้รับแสงนานขึ้นเท่านั้น
มีรอยเท้านักบินอวกาศบนพื้นแข็งได้อย่างไร ?
7 ข้อเท็จจริงล้างทฤษฎีสมคบคิด
Getty Images
ดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศและกระแสลม รอยเท้าของอาร์มสตรองและนักบินอวกาศคนอื่น ๆ จึงยังคงรูปอยู่ได้
เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่พื้นดวงจันทร์ซึ่งน่าจะแห้งและแข็งมาก เพราะไม่มีชั้นบรรยากาศและความชื้น จะสามารถมีคนประทับรอยเท้าเอาไว้ได้อย่างที่บัซซ์ อัลดริน ได้ฝากรอยเท้าของเขาเอาไว้
เรื่องนี้ศาสตราจารย์มาร์ก โรบินสัน จากมหาวิทยาลัยแอริโซนาสเตตของสหรัฐฯ บอกว่า เปลือกพื้นของดวงจันทร์นั้นแข็งมากก็จริง แต่ส่วนบนสุดก็ยังมีชั้นของดินและฝุ่นละอองที่เรียกว่า Regolith ปกคลุมอยู่ ทำให้ผิวสัมผัสของดวงจันทร์ฟูนุ่มและถูกบีบอัดได้เมื่อมีแรงกดจากเท้าของคนที่เหยียบย่างลงไป
อนุภาคของดินและฝุ่นละอองนี้ยังเกาะตัวกันได้ดี จนทำให้ส่วนขอบของรอยเท้ายังคงอยู่ แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม โดยคาดว่ารอยเท้ามนุษย์จะยังคงหลงเหลืออยู่บนดวงจันทร์ในอนาคตหลายล้านปีนับจากนี้ เพราะไม่มีกระแสลมพัดทำลายร่องรอยดังกล่าว
รังสีอันตรายน่าจะทำให้นักบินอวกาศตายไปแล้วไม่ใช่หรือ ?
แบบจำลองประเด็นแถบรังสีในอวกาศที่อยู่รอบโลก
Getty Images Gclub
หนึ่งในทฤษฎีสมคบคิดที่กล่าวขานกันมากที่สุด คือประเด็นแถบรังสีในอวกาศที่อยู่รอบโลก ซึ่งน่าจะทำให้นักบินอวกาศเสียชีวิตไปก่อนแล้ว
มีข้อกังขาว่าบรรดานักบินอวกาศในโครงการอะพอลโลมีชีวิตรอด หลังจากเดินทางผ่าน “แถบรังสีแวนอัลเลน” (Van Allen belts ) ซึ่งเกิดจากลมสุริยะทำปฏิกิริยากับสนามแม่เหล็กโลกมาได้อย่างไร
องค์การนาซาชี้แจงถึงเรื่องนี้ว่า นักบินอวกาศในภารกิจอะพอลโล 11 ใช้เวลาอยู่ในแถบรังสีดังกล่าวไม่ถึง 2 ชั่วโมง ระหว่างมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ ทั้งอยู่ในจุดที่รังสีอันตรายจากห้วงอวกาศมีความรุนแรงสูงสุดเพียง 5 นาที จึงไม่ได้รับผลกระทบร้ายแรงจากรังสีนั้นแต่อย่างใด
ภาพหลักฐานมากมายยืนยันว่าการไปเหยียบดวงจันทร์เป็นเรื่องจริง
ยานโคจรสำรวจดวงจันทร์ (LRO) ซึ่งองค์การนาซาปล่อยเข้าสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์ตั้งแต่ปี 2009 รวมทั้งยานสำรวจของนานาชาติ ได้ถ่ายภาพความคมชัดสูงที่เป็นหลักฐานของการไปเหยียบดวงจันทร์ในโครงการอะพอลโลไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งภาพรอยเท้าของนักบินอวกาศ รอยล้อรถตระเวนสำรวจ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ทิ้งไว้บนดวงจันทร์ รวมทั้งธงชาติสหรัฐฯ ทั้ง 6 ผืนซึ่งยังคงอยู่บนเสาที่ตั้งตระหง่าน เว้นแต่เสาธงของภารกิจอะพอลโล 11 ที่ล้มลง เพราะแรงผลักจากเครื่องยนต์ขับดันของยานลูนาร์โมดูลในระหว่างการเดินทางขากลับ
ซากบางส่วนของยานลูนาร์โมดูลของภารกิจอะพอลโล 11 บนพื้นผิวดวงจันทร์
NASA
ภาพที่นาซาเผยแพร่ในปี 2012 แสดงให้เห็นซากบางส่วนของยานลูนาร์โมดูลของภารกิจอะพอลโล 11 และอุปกรณ์วิทยาศาสตร์อื่น ๆ ที่ทิ้งไว้บนพื้นผิวดวงจันทร์
นอกจากนี้ หลักฐานทางธรณีวิทยาเช่นตัวอย่างหินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งนักบินอวกาศได้นำกลับมาจากดวงจันทร์ ก็ยังเป็นสิ่งยืนยันว่าการเดินทางครั้งนี้มีขึ้นจริงอย่างแน่นอน
อีกสิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ว่านีล อาร์มสตรอง และบัซซ์ อัลดริน ได้ไปลงเดินบนดวงจันทร์มาแล้วจริง ๆ ก็คือแผงกรุกระจกขนาดกว้าง 2 ฟุตที่มีกระจกนับร้อยชิ้นติดตั้งอยู่ โดยพวกเขาได้ทิ้งกระจกนี้ไว้ เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์บนโลกทำการทดลองยิงลำแสงเลเซอร์ใส่แผงกระจกดังกล่าว
นักวิทยาศาสตร์หลายคณะได้ทำการทดลองนี้ และพบว่าลำแสงเลเซอร์สะท้อนกลับมายังโลกภายในระยะเวลาที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ามีกระจกดังกล่าวอยู่บนดวงจันทร์จริง และใช้วัดระยะทางระหว่างโลกและพื้นผิวดวงจันทร์ได้ด้วย
ถ้าเป็นเรื่องโกหก…ทำไมชาติคู่แข่งมหาอำนาจไม่เปิดโปงเรื่องนี้ ?
จรวดของสหภาพโซเวียต
Getty Images Gclub
สหภาพโซเวียตไม่เคยตั้งข้อสงสัยเรื่องการไปลงดวงจันทร์ของนักบินอวกาศสหรัฐฯ แม้จะตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในการแข่งขันด้านอวกาศในครั้งนั้นก็ตาม
โรเบิร์ต ลอเนียส อดีตหัวหน้าทีมนักประวัติศาสตร์ขององค์การนาซาบอกว่า เป็นเรื่องน่าสงสัยอย่างยิ่งว่าเหตุใดสหภาพโซเวียตซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของสหรัฐฯ ในช่วงสงครามเย็น ไม่เข้าร่วมผสมโรงกับฝ่ายที่เชื่อทฤษฎีสมคบคิด ทั้งที่การเปิดโปงความจริงเรื่องมนุษย์ไม่ได้ไปเหยียบดวงจันทร์นั้น จะทำลายความน่าเชื่อถือและอิทธิพลของสหรัฐฯ ในเวทีการเมืองโลกลงอย่างมาก
“สหภาพโซเวียตในขณะนั้นมีทั้งศักยภาพและความปรารถนาที่จะพิสูจน์ให้ได้ว่า ภารกิจอะพอลโล 11 เป็นเรื่องโกหก แต่ถ้าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องลวงโลกจริง เหตุใดทางการสหภาพโซเวียตถึงไม่พูดอะไรออกมาเลยสักคำ ท่าทีนิ่งเฉยเช่นนี้เป็นการแสดงออกที่ชัดเจนอย่างมากว่า การไปเหยียบดวงจันทร์ของสหรัฐฯ เป็นเรื่องจริง” ลอเนียสกล่าว
ส่วนข้อกังขายอดนิยมที่มักสงสัยกันว่า เหตุใดสหรัฐฯ ไม่ดำเนินภารกิจส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์อีกเลยหลังปี 1972 ก็มีคำอธิบายด้วยเช่นกัน โดยนักวิเคราะห์หลายคนระบุว่า ความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทางการเมืองทำให้ไม่จำเป็นต้องทุ่มเทงบประมาณมหาศาลให้กับการแข่งขันส่งคนไปดวงจันทร์อย่างเอาเป็นเอาตายอีกต่อไป ทั้งยังสามารถใช้เทคโนโลยีอวกาศที่ทันสมัยมากขึ้นส่งยานและหุ่นยนต์สำรวจไปแทนมนุษย์ได้
อย่างไรก็ตาม ความสนใจของสหรัฐฯและนานาชาติที่จะส่งมนุษย์ไปลงดวงจันทร์อีกครั้ง ได้กลับคืนมาใหม่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะมีการเล็งเห็นถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากทรัพยากรบนดวงจันทร์ และต้องการจะใช้ดวงจันทร์เป็นฐานในการเดินทางไปตั้งอาณานิคมบนดาวอังคารต่อไป